บทความทั้งหมด

สุขภาพทางเพศ
PCOS คืออะไร? ประจำเดือนไม่ปกติ สิวขึ้น น้ำหนักขึ้น อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
PCOS คืออะไร? ประจำเดือนไม่ปกติ สิวขึ้น น้ำหนักขึ้น อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขาดประจำเดือนหลายเดือน สิวขึ้นง่าย น้ำหนักขึ้น หรือมีขนตามร่างกายมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียง “ฮอร์โมนแปรปรวน” แต่จริง ๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับ PCOS หรือ Polycystic Ovary Syndrome
PCOS เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการตกไข่และฮอร์โมน และพบได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม อาการของแต่ละคนแตกต่างกัน และไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกข้อ
PCOS คืออะไร?
PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือที่มักเรียกว่า ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของฮอร์โมนและการทำงานของรังไข่
ผู้ที่มี PCOS บางรายอาจมีไข่ตกไม่สม่ำเสมอ ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงกว่าปกติ หรือพบลักษณะของรังไข่ที่มีฟอลลิเคิลจำนวนมากจากการอัลตราซาวด์
สิ่งสำคัญคือ ชื่อ PCOS ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมี “ถุงน้ำ” ที่รังไข่ และการพบถุงหรือฟอลลิเคิลหลายใบจากอัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น PCOS เสมอไป
แพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกันก่อนวินิจฉัย
5 สัญญาณที่อาจพบใน PCOS
1. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยคือรอบเดือนผิดปกติ เช่น
- ประจำเดือนมาห่างกว่าปกติ
- รอบเดือนไม่แน่นอน
- ประจำเดือนขาดหลายเดือน
- มีประจำเดือนน้อยครั้งในหนึ่งปี
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการที่ไข่ตกไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีการตกไข่ในบางรอบ
อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนผิดปกติมีสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น การตั้งครรภ์ ความเครียด น้ำหนักเปลี่ยนแปลง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือฮอร์โมนชนิดอื่น จึงไม่ควรวินิจฉัย PCOS จากประจำเดือนเพียงอย่างเดียว
2. สิวขึ้นง่ายและผิวมัน
ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงขึ้นในบางรายอาจกระตุ้นต่อมไขมัน ทำให้ผิวมันและเกิดสิวได้ง่าย โดยเฉพาะสิวที่เป็นซ้ำหรือควบคุมได้ยาก
แต่การมีสิวไม่ได้แปลว่าเป็น PCOS เสมอไป ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย
3. ขนตามร่างกายเพิ่มขึ้น
บางรายอาจสังเกตว่ามีขนเส้นหนาหรือสีเข้มเพิ่มขึ้นในบริเวณต่าง ๆ เช่น
- เหนือริมฝีปาก
- คาง
- หน้าอก
- หน้าท้อง
บางคนอาจมีผมบางหรือผมร่วงบริเวณศีรษะร่วมด้วย
4. น้ำหนักขึ้นง่ายหรือลดน้ำหนักยาก
ผู้ที่มี PCOS บางรายมีภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมด้วย ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการควบคุมน้ำหนักและความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม
อย่างไรก็ตาม คนรูปร่างผอมก็เป็น PCOS ได้ ดังนั้นน้ำหนักตัวไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว
5. ไข่ตกไม่สม่ำเสมอและมีบุตรยาก
เมื่อไข่ตกไม่สม่ำเสมอ การคาดการณ์ช่วงไข่ตกจะยากขึ้น และอาจทำให้บางคนใช้เวลานานขึ้นในการตั้งครรภ์
แต่การเป็น PCOS ไม่ได้หมายความว่าจะมีบุตรไม่ได้ หลายคนสามารถตั้งครรภ์ได้เอง หรือสามารถวางแผนการรักษาเพื่อช่วยให้มีการตกไข่ได้ตามความเหมาะสม
PCOS เกิดจากอะไร?
ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุเดียวที่ทำให้เกิด PCOS ได้ แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
พันธุกรรม — หากคนในครอบครัวมี PCOS อาจมีโอกาสพบภาวะนี้เพิ่มขึ้น
ฮอร์โมนแอนโดรเจน — ระดับที่สูงกว่าปกติอาจรบกวนการตกไข่และทำให้เกิดสิวหรือขนเพิ่มขึ้น
ภาวะดื้อต่ออินซูลิน — ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ลดลง ทำให้ต้องสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้น และอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
PCOS จึงไม่ได้เกิดจากการกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือการดูแลตัวเองไม่ดีเพียงอย่างเดียว
สงสัย PCOS ต้องตรวจอะไรบ้าง?
การวินิจฉัย PCOS ไม่สามารถดูจากอาการเพียงข้อเดียวหรืออัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียวได้
แพทย์อาจประเมินจากประวัติรอบเดือน อาการทางร่างกาย และตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น
- ตรวจการตั้งครรภ์หากประจำเดือนขาด
- ตรวจระดับฮอร์โมนบางชนิด
- ตรวจระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด
- ประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์หรือสาเหตุอื่น
- อัลตราซาวด์รังไข่ในบางราย
ไม่ใช่ทุกคนที่สงสัย PCOS จะต้องตรวจเหมือนกันทั้งหมด
PCOS รักษาอย่างไร?
การดูแล PCOS จะขึ้นอยู่กับอาการ สุขภาพโดยรวม และเป้าหมายของแต่ละคน เช่น ต้องการควบคุมรอบเดือน ลดสิว ลดขน หรือกำลังวางแผนมีบุตร
การปรับพฤติกรรม
การดูแลพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่
- รับประทานอาหารให้สมดุล
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในช่วงเหมาะสม
- นอนหลับให้เพียงพอ
- ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง
ในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมเพียงบางส่วนอาจช่วยให้การทำงานของระบบฮอร์โมนและรอบเดือนดีขึ้นได้
การใช้ยา
ยาที่ใช้จะแตกต่างกันตามเป้าหมายของแต่ละคน แพทย์อาจพิจารณายาสำหรับควบคุมรอบเดือน อาการจากฮอร์โมนแอนโดรเจน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือยากระตุ้นการตกไข่สำหรับผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์
ไม่ควรซื้อฮอร์โมนหรือยาคุมมากินเองเพื่อหวังให้ประจำเดือนกลับมาปกติ โดยที่ยังไม่ได้ประเมินสาเหตุ โดยเฉพาะกรณีที่ประจำเดือนขาดเป็นเวลานาน
PCOS อันตรายไหม?
PCOS ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินในคนส่วนใหญ่ แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพระยะยาวในบางราย เช่น
- ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- เบาหวานชนิดที่ 2
- ไขมันในเลือดผิดปกติ
- ความดันโลหิตสูง
- ปัญหาจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานานโดยไม่มีการตกไข่สม่ำเสมอ
จึงควรติดตามสุขภาพอย่างเหมาะสม แม้ไม่ได้มีแผนตั้งครรภ์ก็ตาม
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
ควรเข้ารับการประเมินหากมีอาการ เช่น
- ประจำเดือนขาดหรือมาห่างบ่อย
- รอบเดือนผิดปกติต่อเนื่อง
- สิวหรือขนตามร่างกายเพิ่มขึ้นผิดปกติ
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากโดยไม่ทราบสาเหตุ
- พยายามตั้งครรภ์แล้วไม่สำเร็จ
- สงสัยว่าตนเองมี PCOS
หากประจำเดือนขาดและมีโอกาสตั้งครรภ์ ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อน เพราะประจำเดือนขาดไม่ได้เกิดจาก PCOS เพียงสาเหตุเดียว
สรุป
PCOS ไม่ได้มีแค่เรื่อง “ถุงน้ำรังไข่” แต่เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ ฮอร์โมน และระบบเมตาบอลิซึม
สัญญาณที่พบได้ ได้แก่ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิวขึ้นง่าย ขนตามร่างกายเพิ่มขึ้น น้ำหนักขึ้นง่าย และไข่ตกไม่สม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการ
หากประจำเดือนขาดบ่อยหรือมีอาการหลายอย่างร่วมกัน ควรตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน เพราะเมื่อได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม PCOS สามารถดูแลและควบคุมอาการได้ และแนวทางการดูแลสามารถปรับให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคนได้