ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมดเริมอวัยวะเพศ: โรคใกล้ตัวที่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้

สุขภาพทางเพศ

เริมอวัยวะเพศ: โรคใกล้ตัวที่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้

เผยแพร่โดย เกรซ ฟาร์ม่า ·

เริมคืออะไร?

เริมอวัยวะเพศเกิดจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด

  • HSV-1 : มักทำให้เกิดแผลพุพองบริเวณริมฝีปาก แต่ก็สามารถติดที่อวัยวะเพศได้
  • HSV-2 : เป็นชนิดที่พบบ่อยกว่าในโรคเริมอวัยวะเพศ

เชื้อนี้สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแผลหรือสารคัดหลั่งระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม


อาการของเริมอวัยวะเพศ
  • มีตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ กลุ่มกันบริเวณอวัยวะเพศ
  • เจ็บ แสบ คัน บริเวณที่เกิดตุ่ม
  • อาจมีไข้ ปวดเมื่อย หรือต่อมน้ำเหลืองโต
  • เมื่อแผลหายแล้ว เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย และอาจกำเริบซ้ำได้ โดยเฉพาะเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ เครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ


ปัจจัยที่ทำให้เริมกำเริบบ่อย
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ความเครียดสะสม
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การติดเชื้อหรือเจ็บป่วยอื่น ๆ


การวินิจฉัยและการรักษา

แพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและซักประวัติ หากจำเป็นอาจตรวจแล็บเพิ่มเติม

  • ยาต้านไวรัส : เช่น acyclovir, valacyclovir เพื่อช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น และลดโอกาสแพร่เชื้อ
  • การดูแลตนเอง : รักษาความสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ งดเพศสัมพันธ์ขณะมีอาการ

เริมติดต่อได้อย่างไร?
  • การสัมผัสโดยตรงกับแผลหรือตุ่มน้ำ
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว (แม้จะพบได้น้อยกว่าทางเพศสัมพันธ์)


ป้องกันเริมได้อย่างไร?
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสตรงกับผู้ที่มีแผลเริม
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนเพียงพอ ลดความเครียด


ผลกระทบหากไม่ดูแลหรือรักษาเริมอวัยวะเพศ

แม้เริมจะไม่ใช่โรคที่ทำให้เสียชีวิตโดยตรง แต่หากละเลยอาจมีผลเสียหลายอย่าง เช่น

  • แผลติดเชื้อซ้ำซ้อน : จากการเกา หรือการรักษาความสะอาดไม่ถูกต้อง
  • คุณภาพชีวิตลดลง : มีความกังวลเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำ ไม่มั่นใจในความสัมพันธ์
  • เสี่ยงแพร่เชื้อให้คู่ครอง : แม้ไม่มีตุ่มหรือแผล แต่เชื้อยังสามารถแพร่ได้
  • ในหญิงตั้งครรภ์ : อาจถ่ายทอดเชื้อสู่ทารกระหว่างการคลอด ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในเด็กแรกเกิด


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเริมอวัยวะเพศ

❌ “ถ้าแผลหายแล้ว แปลว่าหายขาด”
➡️ ความจริง: เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย และอาจกลับมาเป็นซ้ำได้

❌ “เริมติดได้แค่ตอนมีตุ่ม”
➡️ ความจริง: แม้ไม่มีอาการชัดเจน ก็ยังมีโอกาสแพร่เชื้อได้

❌ “เริมคือโรคร้ายแรงเหมือน HIV”
➡️ ความจริง: เริมต่างจาก HIV เริมไม่ทำลายภูมิคุ้มกัน แต่สร้างความรำคาญและกำเริบบ่อย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ถ้าเป็นเริมแล้ว จะมีโอกาสหายขาดไหม?
ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการด้วยยาต้านไวรัส และทำให้กำเริบน้อยลงได้

ถาม: ควรบอกคู่ครองไหมถ้าตัวเองเป็นเริม?
ตอบ: ควรบอกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาทางป้องกันร่วมกัน และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

ถาม: ถ้ามีตุ่มเริมเล็กน้อย จำเป็นต้องไปหาหมอไหม?
ตอบ: ควรไปพบแพทย์ เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้รับยาต้านไวรัสที่เหมาะสม และลดโอกาสแพร่เชื้อ


สรุปท้ายบทความ

เริมอวัยวะเพศเป็นโรคที่พบได้บ่อย และแม้จะไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมได้หากรู้จักวิธีดูแลตนเอง การใช้ถุงยางทุกครั้ง การพักผ่อนให้เพียงพอ และการเข้าพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับโรคนี้

💡 จำไว้ว่าการมีความรู้และการไม่อายที่จะตรวจหรือปรึกษาแพทย์ คือก้าวสำคัญในการดูแลสุขภาพทางเพศของทุกคน

FacebookLINE