ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมดสิวหายได้! เข้าใจสาเหตุและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง

สุขภาพทั่วไป

สิวหายได้! เข้าใจสาเหตุและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง

เผยแพร่โดย เกรซ ฟาร์ม่า · · อัปเดต

สิว: ความรู้และวิธีการดูแลรักษาอย่างครบถ้วน

สิวเป็นปัญหาผิวพรรณที่พบได้บ่อยทั้งในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ และอาจมีผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สิวเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนอุดตันจากน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สิวสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่สิวธรรมดาไปจนถึงสิวที่มีอาการรุนแรง ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดแผลเป็นถาวร ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิวจะช่วยให้สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างถูกวิธี


สาเหตุของการเกิดสิว

สิวนั้นเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งบางอย่างเราสามารถควบคุมได้และบางอย่างก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต่อไปนี้คือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดสิว:

  1. การผลิตน้ำมันมากเกินไป (Sebum Overproduction) ต่อมไขมันใต้ผิวหนังจะผลิตน้ำมันเพื่อช่วยปกป้องผิวจากการแห้งเกินไปและทำให้ผิวชุ่มชื้น เมื่อผลิตออกมามากเกินไปอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และกลายเป็นสิว สิวประเภทนี้มักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น ใบหน้า หลังและหน้าอก
  2. การอุดตันของรูขุมขน การสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขนอาจทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อรวมกับน้ำมันจากต่อมไขมันที่ผลิตออกมา รูขุมขนจะถูกอุดตันจนกลายเป็นสิว ทั้งนี้ หากสิวไม่ถูกกำจัดออกไป อาจจะเกิดการอักเสบและกลายเป็นสิวอักเสบในภายหลัง
  3. แบคทีเรีย (Bacteria) เมื่อรูขุมขนอุดตัน แบคทีเรียที่ปกติอาศัยอยู่บนผิวหนังสามารถเข้าไปเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่อุดตันและมีความชื้นสูง ทำให้เกิดการอักเสบและทำให้สิวบวมแดงขึ้น นอกจากนี้แบคทีเรียที่ชื่อว่า Propionibacterium acnes เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สิวกลายเป็นสิวอักเสบหรือสิวหนอง
  4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงต่างๆ ของชีวิต เช่น ช่วงวัยรุ่น, ช่วงมีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์ อาจกระตุ้นให้เกิดการผลิตน้ำมันมากขึ้นในผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สิวเกิดขึ้นในช่วงเหล่านี้ ฮอร์โมนที่มีผลต่อการเกิดสิวคือฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น
  5. ปัจจัยทางพันธุกรรม หากสมาชิกในครอบครัวมีปัญหาสิวมาก่อน การเกิดสิวในคนอื่นๆ ในครอบครัวก็อาจจะมีโอกาสสูงขึ้น เนื่องจากการผลิตน้ำมันและการทำงานของเซลล์ผิวมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  6. ความเครียด (Stress) ความเครียดเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นการเกิดสิวได้ เพราะเมื่อเรามีความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นและทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน
  7. มลพิษและสิ่งแวดล้อม มลพิษจากการจราจร การสัมผัสกับฝุ่นและควันจากการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงอากาศที่ร้อนและชื้นสามารถกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและการอุดตันในรูขุมขน ซึ่งส่งผลให้เกิดสิว
  8. การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับผิว เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือส่วนผสมที่ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขนสามารถทำให้สิวเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง
  9. อาหาร อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด หรืออาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวสูง เช่น ช็อกโกแลต อาหารหวานๆ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สามารถกระตุ้นการเกิดสิวได้ในบางคน
  10. การสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ การสัมผัสใบหน้าด้วยมือที่ไม่สะอาดสามารถทำให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียจากมือเข้าสู่ผิวหน้าและทำให้เกิดสิวได้ การใช้โทรศัพท์มือถือหรือสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่มีเชื้อโรคก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว


ประเภทของสิว

สิวสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการเกิดและระดับความรุนแรง ดังนี้:

  1. สิวหัวดำ (Blackheads) สิวหัวดำเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่ไม่เกิดการอักเสบ น้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะออกซิไดซ์กับอากาศและกลายเป็นสีดำ โดยจะไม่เจ็บหรือบวม
  2. สิวหัวขาว (Whiteheads) สิวหัวขาวเกิดจากการอุดตันในรูขุมขนเหมือนกับสิวหัวดำ แต่จะไม่มีการสัมผัสกับอากาศ ดังนั้นจึงไม่เกิดการออกซิเดชั่นและยังคงมีสีขาว
  3. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) สิวประเภทนี้เกิดจากการอักเสบในรูขุมขนและมีลักษณะเป็นตุ่มแดงบวมเจ็บ และอาจมีหนองภายใน นอกจากนี้ยังอาจขยายขนาดจนกลายเป็นสิวที่เจ็บและทำให้เกิดการอักเสบในบริเวณนั้นๆ
  4. สิวซีสต์ (Cystic Acne) สิวซีสต์เป็นสิวที่เกิดจากการอักเสบในรูขุมขนที่ลึกและก่อให้เกิดก้อนบวมใหญ่ และเจ็บ ปัญหานี้มักทิ้งแผลเป็นและอาจต้องใช้การรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง



วิธีการดูแลรักษาสิว

การรักษาสิวที่ดีเริ่มต้นจากการป้องกันและการดูแลอย่างถูกต้อง โดยมีแนวทางดังนี้:

  1. การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ การล้างหน้าช่วยขจัดสิ่งสกปรก น้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการอุดตันของรูขุมขน ควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองและไม่ทำให้ผิวแห้งเกินไป
  2. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) หรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการอุดตันและฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว
  3. หลีกเลี่ยงการบีบหรือกดสิว การบีบหรือกดสิวจะทำให้เกิดการติดเชื้อและแผลเป็นที่ยากต่อการรักษา ควรให้สิวหายไปเองตามธรรมชาติหรือปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม
  4. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน เลือกใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ระบุว่า “Non-comedogenic” ซึ่งไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน และไม่ทำให้เกิดสิว
  5. รักษาความสะอาดของสิ่งของที่สัมผัสใบหน้า ผ้าเช็ดหน้า, โทรศัพท์มือถือ, และปลอกหมอนควรทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ
  6. ลดความเครียดและการนอนหลับที่เพียงพอ การพักผ่อนอย่างเพียงพอและการลดความเครียดช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่กระตุ้นการผลิตน้ำมันในผิว
  7. พบแพทย์ผิวหนัง หากสิวมีอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นด้วยวิธีการดูแลผิวทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำการรักษาที่เหมาะสม อาจจำเป็นต้องใช้ยาต้านแบคทีเรีย หรือยาฮอร์โมนในกรณีที่มีความจำเป็น


การป้องกันและรักษารอยแผลเป็นจากสิว

รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวมักทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, กรดผลไม้ (AHA), หรือการทำทรีตเมนต์ที่แพทย์แนะนำเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว


บทสรุป

การดูแลรักษาสิวต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว รวมถึงการปฏิบัติตามวิธีการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี การรักษาความสะอาด และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กระตุ้นการเกิดสิวจะช่วยลดปัญหาสิวและทำให้ผิวหน้าเนียนเรียบขึ้น หากสิวเกิดความรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสม

FacebookLINE