ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมดทำไมถึงเป็นริดสีดวงทวาร? สาเหตุที่ทำให้เกิด

สุขภาพทั่วไป

ทำไมถึงเป็นริดสีดวงทวาร? สาเหตุที่ทำให้เกิด

เผยแพร่โดย เกรซ ฟาร์ม่า ·

ริดสีดวงทวาร: อาการ, สาเหตุ, การรักษา และวิธีป้องกัน

ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) คือ ภาวะที่หลอดเลือดในทวารหนักเกิดการขยายตัวและบวมจนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหรืออักเสบ ภาวะนี้เป็นปัญหาทางสุขภาพที่พบบ่อยในผู้ใหญ่และสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมที่มีแรงดันในทวารหนัก เช่น การเบ่งถ่ายอุจจาระที่ยากลำบาก หรือการนั่งหรือนอนในท่าเดิมนานๆ ซึ่งจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

ริดสีดวงทวารอาจจะไม่ใช่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถทำให้เกิดความเจ็บปวด และอาการรุนแรงขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน เช่น การถ่ายอุจจาระที่ลำบาก หรือการเกิดเลือดออกจากทวารหนัก


อาการของริดสีดวงทวาร

การระบุอาการของริดสีดวงทวารสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ ริดสีดวงภายนอกและริดสีดวงภายใน โดยมีอาการที่แตกต่างกันดังนี้:

  1. ริดสีดวงภายนอก
    ริดสีดวงภายนอกเกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดที่อยู่ภายนอกทวารหนัก ซึ่งจะสามารถมองเห็นหรือลูบได้หากใช้มือสัมผัส บริเวณที่มีการขยายตัวจะมีลักษณะเป็นก้อนนูนออกมา และอาจทำให้เกิดอาการปวด คัน หรือรู้สึกไม่สบายได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการระคายเคืองจากการขับถ่ายหรือการนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ นอกจากนี้ยังอาจมีการบวมที่ทวารหนักและมีเลือดออกในระหว่างการถ่ายอุจจาระ
  2. ริดสีดวงภายใน
    ริดสีดวงภายในจะเกิดขึ้นภายในทวารหนักและไม่สามารถมองเห็นได้ง่าย เนื่องจากมันเกิดขึ้นในช่องทวารที่อยู่ลึกเข้าไป การถ่ายอุจจาระอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หลอดเลือดภายใน ซึ่งจะทำให้เลือดออกจากทวารหนักได้ โดยมักพบเลือดสีแดงสดบนกระดาษทิชชู่หรือในอุจจาระ หากริดสีดวงภายในมีอาการรุนแรง อาจทำให้เกิดการตกออกมาเป็นก้อนที่สามารถสัมผัสได้บริเวณรอบๆ ทวารหนัก ซึ่งจะต้องได้รับการรักษาทันที


สาเหตุของริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารสามารถเกิดจากหลายสาเหตุที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมหรือภาวะต่างๆ ที่ทำให้มีการเพิ่มแรงดันในช่องทวารหนัก ซึ่งรวมถึง:

  1. การเบ่งถ่ายอุจจาระหรือท้องผูก
    การเบ่งถ่ายอุจจาระที่ยากลำบากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร เมื่อร่างกายต้องใช้แรงเบ่งในการขับถ่าย อาจทำให้เกิดแรงดันในช่องทวารหนัก ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการริดสีดวงได้
  2. การนั่งหรือยืนนานเกินไป
    การนั่งหรือนอนในท่าเดิมนานๆ โดยเฉพาะการนั่งในห้องน้ำเป็นเวลานานๆ หรือการทำงานที่ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานๆ จะทำให้เกิดการสะสมของความดันในทวารหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดในบริเวณนั้น
  3. การยกของหนัก
    การยกของหนักหรือการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากๆ อาจทำให้เกิดแรงดันในช่องท้องและช่องทวารหนัก ส่งผลให้หลอดเลือดในทวารหนักเกิดการขยายตัวหรืออักเสบ
  4. การตั้งครรภ์
    ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้หญิงจะมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักและความดันในช่องท้อง ซึ่งส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในทวารหนัก ทำให้เกิดริดสีดวงทวารได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในระหว่างตั้งครรภ์ก็สามารถทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้
  5. อายุที่มากขึ้น
    เมื่อคนเราอายุมากขึ้น การยืดหยุ่นของหลอดเลือดและผนังทวารหนักจะลดลง ทำให้หลอดเลือดมีแนวโน้มขยายตัวและยื่นออกมาได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดริดสีดวงได้
  6. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
    ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากอาจมีการกดดันในช่องท้องมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้เกิดความดันในทวารหนักเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและทำให้เกิดริดสีดวงได้
  7. การทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ
    การทานอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำจะทำให้การขับถ่ายไม่ราบรื่น และอาจทำให้เกิดการท้องผูก ซึ่งจะส่งผลให้ต้องใช้แรงเบ่งในการขับถ่าย ส่งผลให้เกิดริดสีดวงทวารได้ง่ายขึ้น


การรักษาริดสีดวงทวาร

การรักษาริดสีดวงทวารสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยการรักษาจะมีทั้งวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านและการรักษาด้วยการแพทย์

  1. การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติและการดูแลตนเอง
  2. การดื่มน้ำมากๆ: การดื่มน้ำเพียงพอในแต่ละวันจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการท้องผูก การทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง: ผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักใบเขียว ธัญพืชและผลไม้สด จะช่วยให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายได้สะดวก การหลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าเดิมนานๆ: หากคุณต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นเดินหรือยืดเส้นยืดสายทุกๆ 30-60 นาที การแช่ในน้ำอุ่น: การแช่ทวารหนักในน้ำอุ่นช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมของริดสีดวง
  3. การรักษาด้วยยา
  4. ยาระบาย: หากคุณมีอาการท้องผูก ยาระบายสามารถช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น ลดความจำเป็นในการเบ่งถ่าย ยาทาเฉพาะที่: เช่น ครีมหรือขี้ผึ้งที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด อาการบวมและช่วยลดการอักเสบ ยาบรรเทาอาการปวด: ยากลุ่ม NSAIDs หรือยารักษาอาการอักเสบสามารถช่วยลดอาการปวดและบวมได้
  5. การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์
  6. การฉีดยาหรือการสอดท่อ: การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยให้หลอดเลือดที่ขยายตัวหดตัวและลดอาการบวม การผ่าตัด: ในกรณีที่ริดสีดวงทวารมีอาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเพื่อนำริดสีดวงออก


การป้องกันริดสีดวงทวาร

การป้องกันริดสีดวงทวารเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการ เช่น:

  1. การทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง: อาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการท้องผูก
  2. การดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายสามารถขับถ่ายได้สะดวก
  3. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายไม่เพียงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังช่วยเพิ่มการหมุนเวียนเลือดและการทำงานของระบบย่อยอาหาร
  4. การหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายหนัก: ควรหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระที่ยากลำบาก โดยการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและดื่มน้ำให้เพียงพอ
  5. การพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการนั่งนานๆ: ควรหลีกเลี่ยงการนั่งในท่าเดิมนานๆ โดยเฉพาะในห้องน้ำ ควรลุกยืนหรือเดินบ้าง


สรุป

ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง โดยอาการอาจเริ่มจากการถ่ายอุจจาระที่ยากลำบาก การเบ่งแรงหรือการมีน้ำหนักเกิน การรักษาริดสีดวงทวารสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมและการใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง หลังการรักษาผู้ป่วยควรดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและรักษาสุขภาพให้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายหนัก เป็นต้น

FacebookLINE