ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมดแผลริมอ่อน vs. แผลริมแข็ง ความแตกต่างที่คุณควรรู้

สุขภาพทางเพศ

แผลริมอ่อน vs. แผลริมแข็ง ความแตกต่างที่คุณควรรู้

เผยแพร่โดย เกรซ ฟาร์ม่า · · อัปเดต

1. แผลริมอ่อน (Chancroid)
สาเหตุ:
  • แผลริมอ่อนเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Haemophilus ducreyi ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่พบได้ในแผลที่อวัยวะเพศ
ลักษณะของแผล:
  • ลักษณะ: แผลที่เกิดจาก chancroid มักจะเป็นแผลที่อ่อนนุ่ม ไม่มีกลิ่นเฉพาะ และมีขอบไม่ชัดเจน แผลจะมีลักษณะเป็นแผลเปิดและมีหนอง (ulcerated) บางครั้งอาจมีหลายแผลที่กระจายอยู่
  • ตำแหน่ง: มักจะเกิดที่อวัยวะเพศภายนอก เช่น อวัยวะเพศชาย, อวัยวะเพศหญิง, หรือบริเวณขาหนีบ
  • อาการ: แผลริมอ่อนมักมีอาการเจ็บปวดและมีอาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งอาจกลายเป็นหนองในกรณีที่รุนแรง (buboes) โดยมีอาการเจ็บปวดและบวมบริเวณขาหนีบ
การวินิจฉัย:
  • การวินิจฉัยโรคแผลริมอ่อนมักใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเพาะเชื้อจากแผลเพื่อยืนยันการมีเชื้อ Haemophilus ducreyi
  • การตรวจโดยใช้เทคนิคพิเศษ เช่น การย้อมสีหรือการตรวจด้วยวิธี PCR


การปล่อยให้แผลริมอ่อน (Chancroid) โดยไม่รักษาสามารถส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพได้ ดังนี้:


1. การแพร่กระจายของการติดเชื้อ:

หากปล่อยให้แผลริมอ่อนโดยไม่รักษา เชื้อแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi อาจแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นของร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่อื่น รวมถึงการติดเชื้อในอวัยวะเพศอื่น ๆ หรือบริเวณที่ใกล้เคียง

2. การติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง:

การไม่รักษาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลืองในบริเวณขาหนีบ (buboes) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวม เจ็บปวด และมีหนอง การติดเชื้อในต่อมน้ำเหลืองอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น การติดเชื้อทั่วไป (systemic infection)

3. การแพร่กระจายไปยังคู่ทางเพศ:

เนื่องจากแผลริมอ่อนเป็นแผลที่มีหนองและเปิดออก แผลนี้สามารถแพร่เชื้อให้กับคู่ทางเพศได้ง่าย การไม่รักษาจะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังคนอื่น

4. การเกิดแผลที่เรื้อรัง:

แผลริมอ่อนที่ไม่ได้รับการรักษาอาจกลายเป็นแผลเรื้อรังที่ไม่หาย อาจทำให้เกิดการเจ็บปวดและไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน

การรักษา:
  • การรักษาแผลริมอ่อนมักใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น Azithromycin 1 กรัม, Ceftriaxone 250 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือ Erythromycin 500 มก. สองครั้งต่อวันเป็นเวลาสามวัน
  • การรักษาต่อมน้ำเหลืองที่มีหนองอาจต้องใช้การผ่าตัดเปิดเพื่อนำหนองออก


2. แผลริมแข็ง (Chancre)
สาเหตุ:
  • แผลริมแข็งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิฟิลิสชนิด Treponema pallidum ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคซิฟิลิส (syphilis)
ลักษณะของแผล:
  • ลักษณะ: แผลริมแข็งมักจะเป็นแผลที่มีลักษณะแข็ง (indurated ulcer) มักมีขอบชัดเจนและมีรูปร่างกลม แผลจะมีสีแดงและไม่เจ็บปวด อาจจะเป็นแผลเดียวหรือหลายแผลก็ได้
  • ตำแหน่ง: แผลริมแข็งมักเกิดที่บริเวณอวัยวะเพศ, ทวารหนัก, หรือในปาก
  • อาการ: แผลริมแข็งมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่สามารถพบว่ามีการบวมของต่อมน้ำเหลืองที่ใกล้เคียง เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบหรือที่บริเวณที่เกิดแผล
การวินิจฉัย:
  • การวินิจฉัยแผลริมแข็งมักใช้การตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีของโรคซิฟิลิส โดยใช้การทดสอบ RPR (Rapid Plasma Reagin) หรือ VDRL (Venereal Disease Research Laboratory)
การตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจรวมถึงการตรวจดูเซลล์ในแผลด้วยเทคนิค Darkfield microscopy เพื่อตรวจหาจุลชีพ Treponema pallidum


การปล่อยให้แผลริมแข็ง (Chancre) โดยไม่รักษาสามารถส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพได้ ดังนี้:


1. การแพร่กระจายของซิฟิลิส:

แผลริมแข็งเป็นอาการของโรคซิฟิลิสระยะที่หนึ่ง (primary syphilis) และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา จะเข้าสู่ระยะที่สอง (secondary syphilis) ซึ่งมีอาการแสดงออกที่กว้างขวาง เช่น ผื่น, โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ, และอาการเจ็บปวดทั่วไป

2. การเกิดโรคที่รุนแรง:

หากซิฟิลิสไม่ได้รับการรักษา มันสามารถพัฒนาเป็นระยะที่สาม (tertiary syphilis) ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่ออวัยวะภายในเช่น หัวใจ, สมอง, และระบบประสาท (neurosyphilis) รวมถึงการเกิดเนื้องอกที่เรียกว่า gummas

3. การติดเชื้อในระยะยาว:

ซิฟิลิสที่ไม่รักษาอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ยากต่อการรักษาในระยะหลัง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและยืดเยื้อ

4. การแพร่กระจายไปยังคู่ทางเพศ:

แผลริมแข็งสามารถแพร่เชื้อซิฟิลิสให้กับคู่ทางเพศได้ง่าย เนื่องจากมันเป็นแผลที่มีเชื้อซิฟิลิสซึ่งสามารถแพร่ไปยังผู้อื่นผ่านการสัมผัสกับแผลหรือของเหลวจากแผล

5. การเกิดแผลซ้ำหรืออาการอื่นๆ:

หากไม่รักษา อาการของซิฟิลิสอาจกลับมาเป็นซ้ำในระยะที่สองและสาม ซึ่งมีอาการที่หลากหลายและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

การรักษา:
  • การรักษาแผลริมแข็งจะใช้ยาปฏิชีวนะ Penicillin G ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคซิฟิลิส
  • การรักษาสำหรับระยะที่หนึ่งของซิฟิลิส (primary syphilis) จะใช้ Penicillin G Benzathine ขนาด 2.4 ล้านหน่วย ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว


สรุป

แผลริมอ่อน และ แผลริมแข็ง แม้จะมีชื่อที่คล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านสาเหตุ, ลักษณะของแผล, อาการที่เกิดขึ้น, การวินิจฉัย, และวิธีการรักษา การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณสามารถทำการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว หากคุณสงสัยว่าตนเองอาจมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจสอบและการรักษาที่ถูกต้อง

FacebookLINE